คือ นำเอาจุดแข็งมาบวก กับอุปสรรคที่เป็นปัจจัยภายนอก
แล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อ
ทำการสร้างพันธมิตร
ตัวอย่างเช่น การเป็นพันธมิตรธุรกิจยักษ์ใหญ่ระหว่าง “ดังกิ้นโดนัท”
กับ
“ซีพี”
ทำให้ดังกิ้นโดนัทสามารถวางขายสินค้า
อยู่ในร้านเซเว่นได้ และทั้งสองฝ่ายต่างได้รับประโยชน์
เพราะดังกิ้นโดนัทจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้น จากการเพิ่มช่องทางการขาย ในทางตรงข้ามกัน
ร้านเซเว่น เอง ก็จะได้กลุ่มลูกค้าของดังกิ้นโดนัท หรือผู้ที่ต้องการขายอาหารเบา ๆ
กินพออยู่ท้องเข้ามาเลือกซื้อสินค้าอื่น ๆ เพิ่มด้วย
2.กลยุทธ์พัฒนาภายใน
คือ การพัฒนาภายในเพื่อไปหาโอกาสข้างหน้า โดยการนำจุดอ่อนบวกเข้ากับโอกาส
คือ การพัฒนาภายในเพื่อไปหาโอกาสข้างหน้า โดยการนำจุดอ่อนบวกเข้ากับโอกาส
ตัวอย่างเช่น ในบริษัทขาดพนักงานหรือผู้มีความเชี่่ยวชาญเฉพาะด้าน
เราก็จะต้องหาผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยสอนงานหรือให้ความรู้กับพนักงานของเรา
ทำให้พนักงานของเรามีความรู้ความชำนาญเพิ่มขึ้น
3.กลยุทธ์รุกไปข้างหน้า
คือ
การมองที่จุดแข็งของเรา และจุดแข็งในเรื่องนั้นๆ มีโอกาสที่ดีใน อนาคต เราจะต้องทำการรุก ซึ่งก็คือ การรุกไปข้างหน้า เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีและคุ้มค่ากว่า
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจ ซีพี ได้รับความนิยมมาก
แต่ยังอยากเพิ่มยอดขาย ซีพีเพิ่มกลยุทธ์
กลวิธีต่างๆให้สินค้ามีความน่าสนใจมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ดีขึ้นกว่าเดิม
4.กลยุทธ์ปรับเปลี่ยน
อ การปรับเปลี่ยนแนวคิด หรือบางสิ่งบางอย่างที่มันไม่ เกิดผล มีจุดอ่อน และมีอุปสรรคมาก
อ การปรับเปลี่ยนแนวคิด หรือบางสิ่งบางอย่างที่มันไม่ เกิดผล มีจุดอ่อน และมีอุปสรรคมาก
ตัวอย่างเช่น เมื่อเราปลูกพืชแล้วได้ผลตอบแทนไม่ดี
ให้ผลผลิตต่ำ เราก็ควร หันมาปลูกพืชตามฤดูกาล เพื่อที่จะได้ผลผลิตที่ดีขึ้น
และผลตอบแทนที่คุ้มกว่า