วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ก้าวที่พลาด...
เธอบอกว่า คนเราจำอยู่สองอยากอย่าง คือ คนที่รักกับคนที่เกลียด เธอเลือที่ไม่ได้ว่าจะเป็นแบบไหน แต่ถ้าเป็นคนที่รักไม่ได้ เธอก็ขอเป็นคนที่พวกเขาเกลียด เผื่อพวกเขาจะจำเธอได้ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน
จากผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีใคร
วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ส่งงานครั้งที่ 7 ประยุกต์ใช้ IT เข้าสู่ประชาคมอาเซียน
การปรับตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซีย
เราควรปรับปรุงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรบุคคลและภาษาที่ต้องใช้ในการสื่อสาร เนื่องจากประเทศไทยยังมีผลผูกพันให้ต้องเปิดเสรี ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การค้าสินค้า การบริการ การลงทุน การเคลื่อนย้ายเงินทุน การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ และการดำเนินงานตามความร่วมมือรายสาขาอื่นๆ เช่น ความร่วมมือด้านเกษตรอาหารและป่าไม้ ดังนั้น การปฏิรูปทุกด้านควรมีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การใช้ประโยชน์ และเตรียมความพร้อมรับมือจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ โดยการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ตลอดจนถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ และสร้างกลไกในการเยียวยา หรือมาตรการสนับสนุนต่างๆ ขึ้นมารองรับ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับภาคเอกชน และภาคประชาชนให้มีความพร้อมในการรับมือกับกระแสการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นจากการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ พระราชทานไว้มาประยุกต์ใช้ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน คือ การใช้ประโยชน์จากประชาคมอาเซียนอย่าง “พอประมาณ” ไม่เอารัดเอาเปรียบชาติสมาชิกอาเซียนอื่น แต่ต้องร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อก้าวเดินไปในนามของอาเซียน การเตรียมความพร้อมอย่าง “มีเหตุผล” เพื่อให้ “มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี” ภายใต้เงื่อนไขความรู้ คู่คุณธรรม ซึ่งจะนำไปสู่คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมที่มีความก้าวหน้าอย่างสมดุล มั่นคง และยั่งยืน
วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ส่งงานครั้งที่ 6 การนำ IT ไปใช้ในด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว
1.การนำ IT ไปใช้ในด้านสุขภาพ
เมื่อมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในด้านสุขภาพ จะทำให้งานด้าน สุขภาพเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว อาทิเช่น ด้านการลงทะเบียนผู้ป่วย ด้านการทำบัตร การทำประวัติผู้ป่วย การจ่ายยา การชำระเงิน หรือแม้แต่การเป็นเครื่องมือให้กับแพทย์ผู้รักษา ซึ่งปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่า การตรวจรักษาของแพทย์นั้นมีการใช้ระบบสารสนเทศเข้าไปช่วย เมื่อแพทย์ตรวจเสร็จก็สั่งยาผ่านระบบ จากนั้นระบบก็จะทำหน้าที่อัตโนมัติโดยการไปผ่านทางระบบจ่ายยาโดยไม่ต้องใช้แรงงานคนในการเดินไปรับใบสั่งยา และนำไปห้องจ่ายยา ถือเป็นการไคเซ็นต์งานอีกอย่างที่ลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน และเป็นระบบมากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในด้านสุขภาพ จะทำให้งานด้าน สุขภาพเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว อาทิเช่น ด้านการลงทะเบียนผู้ป่วย ด้านการทำบัตร การทำประวัติผู้ป่วย การจ่ายยา การชำระเงิน หรือแม้แต่การเป็นเครื่องมือให้กับแพทย์ผู้รักษา ซึ่งปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่า การตรวจรักษาของแพทย์นั้นมีการใช้ระบบสารสนเทศเข้าไปช่วย เมื่อแพทย์ตรวจเสร็จก็สั่งยาผ่านระบบ จากนั้นระบบก็จะทำหน้าที่อัตโนมัติโดยการไปผ่านทางระบบจ่ายยาโดยไม่ต้องใช้แรงงานคนในการเดินไปรับใบสั่งยา และนำไปห้องจ่ายยา ถือเป็นการไคเซ็นต์งานอีกอย่างที่ลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน และเป็นระบบมากขึ้นกว่าเดิม
2. การนำ IT ไปใช้ในด้านการท่องเที่ยว
เมื่อมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในด้านการท่องเที่ยว จะทำให้การท่องเที่ยวเป็นที่รู้จักมากขึ้น สามารถให้ความสะดวกแก่ผู้มาเยือน สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว สามารถเผยแพร่และเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป ทุกคนรู้จักจังหวัดอุบลราชธานีในฐานะเมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชวนให้มาลองสัมผัสกับบรรยากาศ ของจังหวัดอุบลราชธานี จะเห็นได้ว่าเมื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ในการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว ประโยชน์ที่จะตามมาจะเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในด้านของประชาสัมพันธ์ และยังสามารถสร้างความสะดวกสะบายให้แก่ผู้มาเยือน การอำนวยความสะดวกในด้านของข้อมูลข่าวสาร การบริการ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้รับความสะดวก และรวดเร็ว และเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน
และการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน รัฐบาล เอกชน หรือแม้แต่รัฐวิสาหกิจ หรือ เจ้าของธุรกิจส่วนตัวเองก็ตาม ล้วนแล้วแต่นำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนช่วยการการบริหารจัดการงานทั้งนั้น เนื่องจาก มีความทันสมัย รวดเร็ว รู้ทัน รอบคอบ ตรวจสอบได้ และ ที่สำคัญคอมพิวเตอร์จะทำงานไปตามระบบของเครื่องไม่มีการข้ามขั้นตอน อีกทั้งคอมพิวเตอร์ยังมีส่วนช่วยในการให้ความรู้แก่ผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมและเสริมสร้างในสิ่งที่เราไม่รู้ไม่เป็นให้รู้และเป็น ถือได้ว่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีประโยชน์ต่อทุก ๆ หน่วยงาน และในอนาคตเทคโนโลยีสารสนเทศจะมีประโยชน์ มีคุณค่า และทันสมัยก้าวล้ำ ต่อหน่วยงานของไทยอีกต่อ ๆ ไป
และการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน รัฐบาล เอกชน หรือแม้แต่รัฐวิสาหกิจ หรือ เจ้าของธุรกิจส่วนตัวเองก็ตาม ล้วนแล้วแต่นำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนช่วยการการบริหารจัดการงานทั้งนั้น เนื่องจาก มีความทันสมัย รวดเร็ว รู้ทัน รอบคอบ ตรวจสอบได้ และ ที่สำคัญคอมพิวเตอร์จะทำงานไปตามระบบของเครื่องไม่มีการข้ามขั้นตอน อีกทั้งคอมพิวเตอร์ยังมีส่วนช่วยในการให้ความรู้แก่ผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมและเสริมสร้างในสิ่งที่เราไม่รู้ไม่เป็นให้รู้และเป็น ถือได้ว่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีประโยชน์ต่อทุก ๆ หน่วยงาน และในอนาคตเทคโนโลยีสารสนเทศจะมีประโยชน์ มีคุณค่า และทันสมัยก้าวล้ำ ต่อหน่วยงานของไทยอีกต่อ ๆ ไป
วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ตอบคำถามครั้งที่ 5 นำ IT ไปใช้ประโยชน์เพื่อเป็นผู้ประกอบการ
จากคำถาม "คิดว่าจะนำ IT ไปใช้ประโยชน์เพื่อเป็นผู้ประกอ บการได้อย่างไร"
การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ สามารถนำมาใช้เผยแพร่วัฒนธรรม ประเพณีให้คนอื่นได้รับทราบถึงความเป็นมา เมืองอุบลราชธานี ซึ่งเป็นแห่งวัฒนธรรมอยู่แล้ว การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ยิ่งจะทำให้เมืองอุบลเป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ยิ่งต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ประโยชน์ เพื่อให้อุบลราชธานีเป็นที่รู้จัก ส่งเสริมในส่วนของการท่องเที่ยว ทำให้อุบลราชธานีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ทั้งในด้านของวัฒนธรรม ธรรมชาติ และเส้นทางทางแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
หากนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับจังหวัดอุบลราชธานี ก็จะให้เห็นถึงปรโยชน์มากมายที่จะตามมา และยังสามารถให้ความสะดวกแก่ผู้มาเยือน สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว สามารถเผยแพร่และเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป ทุกคนรู้จักจังหวัดอุบลราชธานีในฐานะเมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชวนให้มาลองสัมผัสกับบรรยากาศ ของจังหวัดอุบลราชธานี การนำเทคโนโลยีสามารถพัฒนาด้านต่างๆ ดังนี้
ด้านเศรษฐกิจ เพื่อช่วยเหลือในการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ เช่น การวางแผนการใช้ทรัพยากรในการผลิต การวิเคราะห์ความพร้อมของวัตถุดิบและแรงงาน รวมถึงความต้องการของประชากรในแต่ละพื้นที่จากข้อมูลพื้นฐาน
ด้านคมนาคมขนส่ง GIS สามารถใช้ในการเพิ่มประสิทธิผลทางด้านการคมนาคมขนส่ง เช่น การวางแผนเส้นทางการเดินรถประจำทาง การวางแผนการสร้างเส้นทางคมนาคม ทางรถไฟ ทางด่วน ทางเดินเรือและเส้นทางการบิน ฯลฯ ได้เป็นอย่างดี
ด้านการบังคับใช้กฎหมายและการป้องกันอาชญากรรม มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น การกำหนดจุดเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมเพื่อตั้งป้อมตำรวจ การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม โดยการบันทึกจุดที่เกิดอาชญากรรมไว้ แล้วนำมาวิเคราะห์หาพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายสมารถวางแผนให้ความสำคัญกับบางพื้นที่ที่ต้อง ทำการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมได้
ด้านการจัดเก็บภาษี การประยุกต์ใช้ GIS เพื่อช่วยในการจัดเก็บภาษี โดยอาศัยข้อมูลแผนที่มาตราส่วนขนาดใหญ่ เช่น 1:1,000 ซึ่งสมารถมองเห็นขอบเขตของอาคาร เพื่อใช้ในการนำเข้าข้อมูลการชำระภาษีอากร ซึ่งภาครัฐสามารถทำการติดตาม ตรวจสอบผลการจัดเก็บภาษีได้โดยสะดวก เพราะ ข้อมูลของสถานประกอบการ บ้านเรือน ฯลฯ ที่ชำระค่าภาษีอากรต่างๆ แล้วจะสามารถแสดงให้เห็นความแตกต่างได้โดยเฉดสีบนแผนที่ ทำให้สามารถค้นหา หรือติดตามการชำระภาษีอากรได้สะดวก และทำให้การจัดเก็บภาษีมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้านสิ่งแวดล้อม การประยุกต์ใช้ GIS เพื่อทดลองสร้างแบบจำลองทางด้านสิ่งแวดล้อม มีใช้กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ เช่น การสร้างแบบจำลองสามมิติแสดงการถล่มของภูเขา ซึ่งการสร้างแบบจำลองใน GIS จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำความเข้าใจกับลักษณะของพื้นที่ได้โดยง่าย และเป็นการเพิ่มการรับรู้แบบเสมือนจริงในรูปแบบของแบบจำลองสมมิติ ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดในการตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นอย่าง ยิ่ง
ด้านการจัดการภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติ สิ่งที่จำเป็นมากที่สุดในการจัดการในสภาวะฉุกเฉิน คือ การรับรู้ข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด เพื่อทำการตัดสินใจให้เร็วที่สุดผิดพลาดน้อยที่สุด และมีประสิทธิผลมากที่สุด GIS ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลในเชิงพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงในเวลาอันรวด เร็ว รวมถึงรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจำเป็นต่อมาตรการในการป้องกันแก้ไข นอกจากนี้ยังใช้ GIS วิเคราะห์ถึงผลกระทบต่างๆที่อาจเกิดขึ้นอยู่ในรัศมีของการได้รับผลกระทบจาก สารพิษ เป็นต้น รวมทั้งวิเคราะห์ทิศทางวางแผนอพยพผู้คน เส้นทางในการเคลื่อนย้าย การขนส่ง และเพื่อกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ในการป้องกัน การวางแผนการช่วยเหลือ ทำการวิเคราะห์หรือสร้างภาพจำลองของเหตุการณ์เพื่อหาสาเหตุได้ทันที่ ตามสภาพของข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา
การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ สามารถนำมาใช้เผยแพร่วัฒนธรรม ประเพณีให้คนอื่นได้รับทราบถึงความเป็นมา เมืองอุบลราชธานี ซึ่งเป็นแห่งวัฒนธรรมอยู่แล้ว การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ยิ่งจะทำให้เมืองอุบลเป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ยิ่งต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ประโยชน์ เพื่อให้อุบลราชธานีเป็นที่รู้จัก ส่งเสริมในส่วนของการท่องเที่ยว ทำให้อุบลราชธานีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ทั้งในด้านของวัฒนธรรม ธรรมชาติ และเส้นทางทางแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
หากนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับจังหวัดอุบลราชธานี ก็จะให้เห็นถึงปรโยชน์มากมายที่จะตามมา และยังสามารถให้ความสะดวกแก่ผู้มาเยือน สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว สามารถเผยแพร่และเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป ทุกคนรู้จักจังหวัดอุบลราชธานีในฐานะเมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชวนให้มาลองสัมผัสกับบรรยากาศ ของจังหวัดอุบลราชธานี การนำเทคโนโลยีสามารถพัฒนาด้านต่างๆ ดังนี้
ด้านเศรษฐกิจ เพื่อช่วยเหลือในการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ เช่น การวางแผนการใช้ทรัพยากรในการผลิต การวิเคราะห์ความพร้อมของวัตถุดิบและแรงงาน รวมถึงความต้องการของประชากรในแต่ละพื้นที่จากข้อมูลพื้นฐาน
ด้านคมนาคมขนส่ง GIS สามารถใช้ในการเพิ่มประสิทธิผลทางด้านการคมนาคมขนส่ง เช่น การวางแผนเส้นทางการเดินรถประจำทาง การวางแผนการสร้างเส้นทางคมนาคม ทางรถไฟ ทางด่วน ทางเดินเรือและเส้นทางการบิน ฯลฯ ได้เป็นอย่างดี
ด้านการบังคับใช้กฎหมายและการป้องกันอาชญากรรม มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น การกำหนดจุดเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมเพื่อตั้งป้อมตำรวจ การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม โดยการบันทึกจุดที่เกิดอาชญากรรมไว้ แล้วนำมาวิเคราะห์หาพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายสมารถวางแผนให้ความสำคัญกับบางพื้นที่ที่ต้อง ทำการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมได้
ด้านการจัดเก็บภาษี การประยุกต์ใช้ GIS เพื่อช่วยในการจัดเก็บภาษี โดยอาศัยข้อมูลแผนที่มาตราส่วนขนาดใหญ่ เช่น 1:1,000 ซึ่งสมารถมองเห็นขอบเขตของอาคาร เพื่อใช้ในการนำเข้าข้อมูลการชำระภาษีอากร ซึ่งภาครัฐสามารถทำการติดตาม ตรวจสอบผลการจัดเก็บภาษีได้โดยสะดวก เพราะ ข้อมูลของสถานประกอบการ บ้านเรือน ฯลฯ ที่ชำระค่าภาษีอากรต่างๆ แล้วจะสามารถแสดงให้เห็นความแตกต่างได้โดยเฉดสีบนแผนที่ ทำให้สามารถค้นหา หรือติดตามการชำระภาษีอากรได้สะดวก และทำให้การจัดเก็บภาษีมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้านสิ่งแวดล้อม การประยุกต์ใช้ GIS เพื่อทดลองสร้างแบบจำลองทางด้านสิ่งแวดล้อม มีใช้กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ เช่น การสร้างแบบจำลองสามมิติแสดงการถล่มของภูเขา ซึ่งการสร้างแบบจำลองใน GIS จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำความเข้าใจกับลักษณะของพื้นที่ได้โดยง่าย และเป็นการเพิ่มการรับรู้แบบเสมือนจริงในรูปแบบของแบบจำลองสมมิติ ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดในการตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นอย่าง ยิ่ง
ด้านการจัดการภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติ สิ่งที่จำเป็นมากที่สุดในการจัดการในสภาวะฉุกเฉิน คือ การรับรู้ข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด เพื่อทำการตัดสินใจให้เร็วที่สุดผิดพลาดน้อยที่สุด และมีประสิทธิผลมากที่สุด GIS ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลในเชิงพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงในเวลาอันรวด เร็ว รวมถึงรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจำเป็นต่อมาตรการในการป้องกันแก้ไข นอกจากนี้ยังใช้ GIS วิเคราะห์ถึงผลกระทบต่างๆที่อาจเกิดขึ้นอยู่ในรัศมีของการได้รับผลกระทบจาก สารพิษ เป็นต้น รวมทั้งวิเคราะห์ทิศทางวางแผนอพยพผู้คน เส้นทางในการเคลื่อนย้าย การขนส่ง และเพื่อกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ในการป้องกัน การวางแผนการช่วยเหลือ ทำการวิเคราะห์หรือสร้างภาพจำลองของเหตุการณ์เพื่อหาสาเหตุได้ทันที่ ตามสภาพของข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)